เทรนด์ใหม่วัยรุ่น....ช่วงหลังๆ นี้ รู้สึกกระแสเกาหลีและญี่ปุ่นในบ้านเรากำลังฮอตฮิตเสียเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า หน้า ผม แม้กระทั่งอาหาร ล่าสุด! เทรนด์ใหม่เอาใจสาว “ตาเล็ก” หรือ “ตาชั้นเดียว” ที่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องเสียเวลาไปผ่าตัดทำตาสองชั้นให้สิ้นเปลือง นั่นก็คือ! “คอนแทกต์เลนส์ตาโต” หรือที่รู้จักกันในชื่อของ “บิ๊กอายส์” ไม่ว่าจะหันซ้ายหรือขวาเหล่าวัยรุ่นก็พากันใส่คอนแทคเลนส์เก๋ๆ กันทั้งนั้น แต่ที่มันเป็นกระแสใหญ่โตที่ผ่านมานี่ เพราะมีคนที่ใส่บิ๊กอายส์นี้แล้วกลับทำให้เยื่อตาดำอักเสบ เนื่องจากดูแลรักษาไม่ดีเท่าที่ควร และนั่นคือสิ่งที่ควรระวัง!
ก่อนหน้านี้คอนแทคเลนส์ หรือ เลนส์สัมผัสใช้เป็นเครื่องมือแพทย์ เพื่อปรับสายตาแทนการใส่แว่น เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งของการแก้ไขสายตาผิดปกติที่นิยมกัน เพราะนอกจากจะเสริมบุคลิกภาพแล้ว ยังให้ความมั่นใจแก่ผู้ใส่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบางสาขาอาชีพที่ไม่สามารถสวมแว่นตาได้
แต่ปัจจุบันมันไม่ใช่! เมื่อคอนแทคเลนส์ไม่ได้มีไว้เฉพาะผู้ที่มีปัญหาสายตาเพียงเท่านั้น แต่ได้มีการนำเอาคอนแทคเลนส์มาใช้สวมใส่เพื่อความสวยงาม เพื่อให้ดวงตามีสีสันและดวงตากลมโต ตาหวาน ซึ่งราคาก็มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน ส่วนระยะเวลาการใช้งานก็มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ 1 เดือนไปจนถึง 1 ปี แล้วแต่ความสะดวกของผู้ใช้
โดยนพ.ปราชญ์ บุญยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ออก มากล่าวว่า จากกระฮิตที่วัยรุ่นไทยหันมาใส่คอนแทคเลนส์หรือบิ๊กอายส์ เพื่อความสวยงามนั่น เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก เพราะการทำสิ่งใดๆ กับดวงตานั้น ถือเป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตราย เนื่องจากดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญและบอบบางที่สุด หากเกิดปัญหาขึ้นกับดวงตาและไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง ก็อาจถึงขั้นตาบอด ต้องเสียใจไปตลอดชีวิต จึงอยากให้วัยรุ่นตามกระแสแฟชั่นต่างๆ อย่างมีสติ รู้จักระมัดระวัง และชั่งน้ำหนักผลดีผลเสียที่จะตามมาด้วย
ละเลยไม่ดูแลหรือแลกกันใส่ เสี่ยงติดเอดส์
ซึ่งนพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ จักษุแพทย์ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ได้กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการใช้คอนแทคเลนส์ คือการระมัดระวังเรื่องความสะอาด เนื่องจากคอนแทคเลนส์ต้องสัมผัสกับกระจกตาโดยตรงและเป็นระยะเวลานาน หากคอนแทคเลนส์สกปรก จะทำให้เกิดการติดเชื้อที่กระจกตา และอาจลุกลามถึงขั้นตาบอดได้ภายใน 2 วัน
ข้อควรระวังที่สำคัญ...!ควร ศึกษาและปฏิบัติตามคำแนะนำการดูแลรักษาคอนแทคเลนส์อย่างเคร่งครัด ต้องเก็บรักษาในน้ำยาแช่คอนแทคเลนส์โดยเฉพาะและปิดฝาให้สนิท เปลี่ยนน้ำยาแช่เลนส์ทุกครั้งที่ใช้ ไม่ใช้น้ำยาแช่เลนส์ซ้ำๆ ห้ามล้างคอนแทคเลนส์ด้วยน้ำประปา เนื่องจากสารคลอรีนที่อยู่น้ำประปาอาจกัดกร่อนเลนซ์ ทำให้เลนส์เสื่อมสภาพ ขุ่นมัว หรืออาจมีสิ่งเจือปนทำให้เลนส์สกปรกได้ และต้องล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสคอนแทคเลนส์ทุกครั้ง
และที่น่ากลัวที่สุด! พบว่ามีวัยรุ่นบางกลุ่ม แยกกันซื้อคอนแทคเลนส์คนละแบบ แล้วนำมาแลกเปลี่ยนกันใส่ ซึ่งแพทย์ชี้อาจทำให้ติดเชื้อเอดส์ได้
เมื่อมันหาซื้อง่าย...! เรื่อง สถานที่จำหน่าย ไม่ต้องพูดถึง ตามร้านแว่นทั่วไป ห้างสรรพสินค้า แม้กระทั้งตลาดนัด หรือเร่ขายก็ยังมี รวมถึงเว็บไซต์ที่มีการสั่งซื้อ ทำให้วัยรุ่นหาซื้อกันได้ง่ายมากขึ้น ส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศโดยไม่ได้ขออนุญาต อาทิ เกาหลี จีน
ถึงเวลาแล้วที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องจัดการอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้ เยาวชนไทยเสี่ยงอยู่ในภาวะอันตราย ซึ่งล่าสุด ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก็ได้เข้ามาดูแลเรื่องการใช้คอนแทกต์เลนส์ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว โดย นพ.พงศ์พันธ์ วงศ์มณี รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา บอกว่า คอนแทกต์เลนส์เพื่อความสวยงามที่กำลังระบาดในกลุ่มวัยรุ่นหญิงไทยนั้น มีสภาพเหมือนกับคอนแทกต์เลนส์แฟชั่นที่มีให้หลายสีให้เลือก แต่บริเวณตรงกลางมีลักษณะเป็นเลนส์ใสและบริเวณขอบเลนส์มีสีดำหรือสีเข้ม ต่างๆ ที่จะทำให้มองเห็นว่าผู้ใส่มีตาดำขยายใหญ่และกลมโตกว่าปกติ
อย่างไรก็ตาม บรรดาคอนแทกต์เลนส์แฟชั่นเหล่านี้ ไม่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ต่อผู้ใส่ ดังนั้น จึงไม่จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ แต่เนื่องจาก อย.เห็นว่า หากนำมาใช้อย่างไม่ถูกต้องเหมาะสม อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ได้เช่นกัน ดังนั้น จึงได้จัดทำร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เลนส์สัมผัส เพื่อเพิ่มมาตรการในการควบคุมการผลิตหรือนำเข้าเลนส์สัมผัส ทุกประเภทในระดับที่เข้มงวดขึ้น โดยผู้ผลิตและผู้นำเข้าจะต้องขออนุญาตจาก อย.รวมทั้งต้องแสดงอายุการใช้ คำเตือน ข้อห้ามใช้ และข้อควรระวังในการใช้ไว้ในฉลาก หรือเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์และในการโฆษณาต้องได้รับอนุญาตจาก อย.ผู้ที่ฝ่าฝืนมีโทษ ทั้งจำทั้งปรับ
ไม่ว่าจะอินเทรนด์ยังไง ก็อย่าลืมนึกถึงอันตราย และผลกระทบที่จะตามมาด้วยนะคะ
There are no posted images for this product.